Total Views: 100
Published On: กรกฎาคม 1, 2022Categories: จัดอันดับปี 2022

ใครจะไปเที่ยวทะเล เดินชิลริมชายหาด ดำน้ำดูปะการัง แต่การไปเที่ยวตามทะเลหรือชายหาดนั้นต้องระวังเรื่องสัตว์ทะเลมีพิษด้วย เพราะหากเราไปเดินหรือดำน้ำในที่ที่มี สัตว์อันตราย เหล่านั้นชุกชุมและถูกกัด ต่อย สัมผัสโดนจนเกิดแผลหรือเจ็บปวด หรือเผลอกินสัตว์มีพิษเข้าไป ก็อาจทำให้ทริปนี้หมดสนุกได้ ในบทความนี้เราจึงมาแนะนำ 10 อันดับสัตว์อันตรายจากท้องทะเลและการป้องกันรักษา

 

สัตว์อันตรายใต้ท้องทะเลที่ 1. เม่นทะเล

เม่นทะเล สัตว์ทะเลมีพิษ วิธีการรักษาพิษจากเม่นทะเล

เม่นทะเลเป็นสัตว์ที่มีหนามยาวตามผิวตัวเป็นจำนวนมาก การดำน้ำหรือเล่นน้ำบริเวณที่มีเม่นทะเล คลื่นอาจซัดให้โยนตัวไปเหยียบหรือนั่งทับเม่นทะเลได้ หนามของเม่นทะเลเปราะหักง่าย แต่เมื่อฝังอยู่ในเนื้อจะไม่สามารถบ่งออกได้ บางชนิดมีพิษที่ทำให้เกิดอาการอักเสบ บวมแดง ปวดและเป็นไข้ได้ หนามของเม่นทะเลจะทำให้เกิดอาการบวมแดง ชาอยู่นานประมาณ30นาที จนถึง4-6ชั่วโมง และหนามจะย่อยสลายไปภายใน24ชั่วโมง การป้องกันและรักษาคือ โดยปกติเม่นทะเลไม่เป็นอันตรายต่อนักดำน้ำ ถ้าไม่เข้าไปใกล้หรือจับต้อง เมื่อถูกหนามเม่นทะเลตำ ให้ถอนหนามออก หากถอนไม่ออกให้พยายาททำให้หนามบริเวณนั้นแตกเป็นชิ้นเล็ก โดยการบีบผิวหนังไปม่ หรือแช่แผลในน้ำร้อนประมาณ50องศสเซลเซียส เพื่อช่วยให่หนามย่อยสลายเร็วขึ้น แต่ก็มีหนามบางชนิดไม่สามารถย่อยสลายได้เช่นกัน ต้องใช้วิธีผ่าออกเท่านั้น

 

สัตว์อันตรายใต้ท้องทะเลที่ 2. ปลากระเบน

กระเบนนกและเมนูไหนบ้างที่เสี่ยงสาบสูญจากท้องทะเล

ปลากระเบนเป็นปลากระดูกอ่อน มีหางยาวซึ่งมีเงี่ยงแหลมอยู่บริเวณโคนหาง ไว้คอยป้องกันตัว หากเดินอยู่ริมชายฝั่งทะเลอาจเหยียบไปบนตัวปลากระเบนที่หมกตัวอยู่ตามพื้นทะเลได้ และอาจถูกเงี่ยงตำจนได้รับคว่ามเจ็บปวด บางครั้งอาจทำให้เกิดอาการช็อก หมดสติ และเสียชีวิตได้ การรักษาคือ การปฐมพยาบาลในขั้นแรกคือ ห้ามเลือดที่บาดแผล แล้วตรวจดูว่ามีเศษเงี่ยงพิษตกค้างอยู่หรือไม่ เนื่องจากพิษของเงี่ยงปลากระเบนเป็นสารพวกโปรตีนย่อยสลายในความร้อน ดังนั้นควรแช่บาดแผลในน้ำร้อนเท่าที่จะทนได้ ประมาณ30-60นาที อาการปวดจะทุเลาลงและทานยาแก้อักเสบ หากมีอาการแพ้ควรรีบนำส่งแพทย์

 

สัตว์อันตรายใต้ท้องทะเลที่ 3. แมงกะพรุน

แมงกะพรุน อาหารแห่งอนาคต – นิตยสารสาระวิทย์ โดย สวทช.

แมงกะพรุนทั่วไปมีรูปร่างคล้ายร่มหรือกระดิ่งคว่ำ ลำตัวโปร่งแสง บริเวณหนวดและแขนงที่ยื่นออกมารอบปากมีเข็มพิษ พิษของแมงกะพรุนจะทำให้เกิดอาการคัน เป็นผื่นบวมแดงและเป็นรอยไหม้ปวดแสบปวดร้อน ทำให้เกิดแผลเรื้อรังได้ แมงกะพรุนบางชนิดทำให้เกิดอาหารจุก หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก อ่อนเพลียเป็นไข้ บางรายถึงขั้นเสียชีวิต การป้องกันและรักษาคือ หลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำทะเลบริเวณที่มีแมงกะพรุนชุกชุม หรือช่วงหลังพายุฝน เพราะจะมีกะเปาะพิษของแมงกะพรุนหลุดลอยไปในน้ำทะเล หากถูกพิษของแมงกะพรุนไฟให้ใช้น้ำส้มสายชูล้างแผล หลังจากนั้นควรรีบไปพบแพทย์ นอกจากนี้อีกตำราที่มักใช้กันคือ นำผักบุ้งทะเลบดแล้วพอกตรงบริวเณที่สัมผัสแมงกะพรุน จะช่วยให้อาการต่างๆบรรเทาลงได้

 

สัตว์อันตรายใต้ท้องทะเลที่ 4. เพรียงหิน

ขอถามเรื่องเพรียง - Pantip

เพรียงหินเป็นสัตว์จำพวกเดียวกับกุ้งและปู อาศัยอยู่ตามโขดหิน เสาสะพานท่าเรือ หลักโป๊ะ หลักเลี้ยงหอยแมลงภู่ หาร์มหอยนางรม หรืออาจพบอยู่บนสัตว์มีเปลือก เช่น หอย แมงดาทะเล ปู เป็นต้น เพรียงหินเป็นสัตว์ที่พบบ่อยและพบชุกชุมตามริมชายฝั่งทะเลทั่วไป การป้องกันและรักษาคือ ระวังเปลือกที่แหลมคมของเพรียงหิน เมื่อเดินไปตามโขดหินหรือเมื่อดำน้ำเก็บหอยแมลงภู่ หากถูกเพรียงหินบาดให้ทำความสะอาดบาดแผลและใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น ยาแดง หากเสียเลือดมากให้นำส่งแพทย์เพื่อเย็บบาดแผลทันที

 

สัตว์อันตรายใต้ท้องทะเลที่ 5. บุ้งทะเล

บุ้งทะเล (fire worm) – สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต

บุ้งทะเลเป็นหนอนปล้องจำพวกเดียวกับแม่เพรียงหรือไว้เดือนทะเล แต่มีลำตัวสั้นกว่า ลำตัวของบุ้งทะเลมีขนยาวมาก ขนบุ้งเป็นเส้นแข็งและสามารถหลุดจากตัวบุ้งได้ง่าย สามารถแทงเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคันได้ การป้องกันและการรักษาคือ ระมักระวังไม่ให้บุ้งทะเลสัมผัสกับผิวหนัง ไม่ใช้มือเปล่าหยิบจับบุ้งทะเล หากสัมผัสโดนบุ้งทะเล ให้หยิบขนบุ้งออกให้หมด แล้วใช้ครีมหรือคาลาไมน์ ทาเพื่อบรรเทาอาการคันและป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดตามมาได้

 

สัตว์อันตรายใต้ท้องทะเลที่ 6. ขนนกทะเล

หลักที่ปักอยู่ริมชายฝั่ง เสาสะพานท่าเรือ ตลอดจนเศษวัสดุที่ลอยในทะเล บางชนิดมีลักษณะคล้ายขนนก และบางชนิดลักษณะคล้ายเฟิร์น เมื่อผิวหนังสัมผัสกับนิคมของขนนกทะเล โพลิปจะปล่อยนีมาโตศีย์สต์ ที่มีพิษแทรกเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคัน ปวดแสบปวดร้อน การป้องกันและรักษาคือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสขนนกทะเลโดยตรง การใส่เสื้อผ้าป้องกันอันตรายได้ ล้างบริเวณที่ถูกพิษด้วยแอลกอฮอล์ปะคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำเย็น หากมีอาการรุนแรงต้องส่งแพทย์ทันที

 

สัตว์อันตรายใต้ท้องทะเลที่ 7. ปะการังไฟ

ปะการังไฟ เป็นสัตว์ทะเลพวกเดียวกับขนนกทะเลและมีพิษเช่นเดียวกัน โพลิปมีขนาดเล็กอาศัยอยู่รวมกันเป็นนิคม โดยสร้างหินปูนฐานรองรับโพลิปจึงมีลักษณะคล้ายคลึงกับปะการังมาก ปะการังไฟมีรูปร่าง 3 แบบใหญ่คือ แบบแผ่น แบบก้อน และแบบแขนง โดยทั่วไปมักมีสีเหลืองอ่อนหรือน้ำตาล พบปะปนอยู่กับสัตว์อื่นในแนวปะการังทั่วไป หากสัมผัสกับปะการังไฟ จะทำให้เกิดรอยไหม้ บวมแดงและปวดแสบบริเวณผิวหนังที่สัมผัส การรักษาปฐมพยาบาลเบื้องต้นคือการล้างแผลด้วยน้ำส้มสายชูหรือล้างด้วยอะลูมิเนียมซัลเฟตอีกครั้งหนึ่งสิ่งที่ควรระมัดระวังคือ หากส่วนที่สัมผัสปะการังเป็นมือก็อย่าได้นำมาเช็ดหน้าหรือให้เข้าตาโดยเด็ดขาด เพราะน้ำพิษจากนีมาโตศีย์สต์ของปะการังไฟที่ยังเหลืออยู่ จะทำให้เกิดระคายเคืองได้ สำหรับครีมที่เป็นยาปฏิชีวนะนั้นใช้ป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ไม่ใช่การรักษาสารพิษจากนีมาโตศีย์สต์โดยตรง

 

สัตว์อันตราย ใต้ท้องทะเลที่ 8. ปู

ปูเป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการจากกุ้ง โดยมีส่วนท้องลดขนาดลง และพับอยู่ใต้อก ปูมีขาเดิน5คู่ คู่แรกเปลี่ยนแปลงไปเป็นก้ามใช้หนีบจับเหยื่อและป้องกันตัว ปูส่วนใหญ่มีก้ามแข็งแรง ใช้หนีบศัตรูให้ได้รับบาดเจ็บได้ โดยเฉพาะปูทะเล ปูม้า และปูใบ้ขนาดใหญ่ การจับปูเหล่านี้จึงต้องระมัดระวังโดยเฉพาะปูที่ยังมีชีวิตและถูกแก้มัดออกแล้ว ปูใบ้มีเปลือกแข็ง ก้ามแข็งแรงมาก เมื่อหนีบแล้วไม่ยอมปล่อยง่ายๆ การป้องกันอันตรายจากปูคือการหลีกอย่าไปไล่จับมันก็พอ

 

สัตว์อันตราย ใต้ท้องทะเลที่ 9. หมึก

หมึกเป็นมอลลัสพวกหนึ่งที่มีวิวัฒนาการสูงกว่าหอยโดยสามารถเคลื่อนทีได้รวดเร็ว สามารถไล่ล่าสัตว์อื่นกินได้ ลำตัวไม่มีเปลือกด้านนอก แต่มีแกนค้ำจุนอยู่ภายใน หนวดของหมึกจำนวน 8 เส้นได้เปลี่ยนแปลงมาจากเท้าของหอย ภายในปากของหมึกมีขากรรไกรแข็ง ซึ่งหมึกใช้ขบกัดเหยื่อ ยิ่งไปกว่านั้นหมึกสายบางชนิด เช่น หมึกสายวงหมึก ซึ่งอาศัยอยู่ตามแนวปะการังของออสเตรเลียแต่ไม่พบในน่านน้ำไทย มีต่อมพิษที่สามารถทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ การรักษาคือ เมื่อถูกหมึกกัดควรรีบห้ามเลือด ทำความสะอาดบาดแผล ใส่ยาฆ่าเชื้อ ถ้าบาดแผลมีขนาดใหญ่ควรรีบพบแพทย์ และถูกอวัยวะทรงกลมสำหรับใช้ดูดบนหนวดหมึก (suction cub) ดูดอาจทำให้เกิดอาการห้อเลือด ควรใช้น้ำเย็นปะคบ ดังนั้นการจับด้วยมือขณะที่หมึกยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมึกสาย อาจถูกกัดทำให้บาดเจ็บได้

 

สัตว์อันตราย ใต้ท้องทะเลที่ 10. ดาวหนาม

Save Thailay on Twitter: "มารู้จัก Crown of thorns(COTS) หรือ ดาวมงกุฎหนาม ที่เป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำลายของแนวปะการัง โดยCOTSกินปะการังเป็นอาหาร โดยการปล่อยกระเพาะอาหารออกมาคลุมบนปะการัง และปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อยเนื้อเยื่อปะการังแล้วดูดซึมเข้าไปเลย ...

ดาวหนามหรือดาวมงกุฎหนามเป็นดาวทะเลชนิดหนึ่งที่มีแขนจำนวนมาก ตามผิวลำตัวมีหนามยาวประมาณ1นิ้วอาศัยอยู่ตามแนวปะการังโดยกินโพลิปปะการังเป็นอาหาร นักอนุรักษ์ธรรมชาติถือว่าดาวหนามเป็นตัวทำลายแนวปะการัง และพยายามควบคุมปริมาณดาวหนามให้ลดลง ดาวหนามยังเป็นอันตรายต่อนักดำน้ำและชาวประมงที่ดำน้ำอยู่บริเวณปะการังด้วย เพราะหากเหยียบลงไปบนตัวดาวหนามแล้วจะทำให้เกิดบาดแผล และได้รับความเจ็บปวด การรักษาคือ เมื่อถูกหนามของดาวทะเลนี้ตำ แผลจะบวมแดง ถ้าหนามหักคาต้องผ่าหรือถอนออก ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด แช่ส่วนที่ถูกตำด้วยน้ำร้อน 50-60 องศาเซลเซียส ใช้ยาฆ่าเชื้อใส่บริเวณบาดแผล เพื่อป้องกันการอักเสบ

Share ---->

บทความล่าสุด

คำค้นหา

5 / 5

Top อันดับ