Total Views: 119
Published On: มิถุนายน 21, 2022Categories: จัดอันดับปี 2022

ถ้าการอยู่รวมกันของมนุษย์เรียก สังคมรู้ หรือไม่ว่า สังคมไทยมีผู้คนหลากหลายอัตลักษณ์ ชนเผ่า พื้นเมือง หรือIndigenous People คือ กลุ่มสังคมที่มีวัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณี และภาษาสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นมากกว่า70กลุ่มชาติพันธุ์ หรือประมาณ6.1ล้านคน แต่ส่วนมากจะอาศัยอยู่บนพื้นที่สูงทางภาคเหนือของไทย และทางภาคใต้ พวกเขามีวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ คืออยู่ร่วมกับธรรมชาติด้วยความพอดี เช่น ทำไร่หมุนเวียน ที่คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นไร่เลื่อนลอย หรือทำประมงแบบพออยู่พอกิน ชนเผ่าพื้นเมืองหรือกลุ่มชาติพันธุ์ มีชื่อเรียกหลากหลาย เฉพาะที่ขึ้นทะเบียนกับสภาชนเผ่าพื้นเมืองประเทศไทย มีมากกว่า 40 กลุ่มชาติพันธุ์ พื้นเมืองเหล่านี้ มีวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์และอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ ส่วนใหญ่พวกเขามักอาศัยอยู่บนพื้นที่สูงทางตอนบนของประเทศไทย ไล่ลงมาจนถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และอาศัยอยู่ปะปลายทางตอนใต้ของประเทศไทยเรียกกันว่าชาวมอแกน หรือชาวเล

 

ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มที่ 1. ชนเผ่าม้ง

ชนเผ่าม้ง (HMONG)

ยังไม่มีผู้ใดสามารถสรุปได้ว่าชนชาติม้งมาจากที่ไหน แต่สันนิษฐานกันว่าม้งคงจะอพยพมาจากที่ราบสูงธิเบต ไซบีเรีย และมองโกเลีย เข้าสู่ประเทศจีน และตั้งหลักแหล่งอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเหลือง (แม่น้ำฮวงโห) เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว ซึ่งชาวเขาเผ่าม้งจะตั้งถิ่นฐานอยู่ในมณฑลไกวเจา ฮุนหนำ กวางสี และมณฑลยูนาน ม้งอาศัยอยู่ในประเทศจีนม าหลายศตรรษ จนกระทั่ง ประมาณคริสตศตวรรษที่ 17 ราชวงค์แมนจู (เหม็ง) มีอำนาจในประเทศจีน กษัตริย์จีนในราชวงค์เหม็งได้เปลี่ยนนโยบายเป็นการปราบปราม เพราะเห็นว่าม้งที่เป็นผู้ชายส่วนใหญ่แล้วรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนรัสเซีย ทำให้คนจีนคิดว่า ม้งเป็นคนรัสเซีย จึงเป็นเหตุให้มีการปราบปรามม้งเกิดขึ้น โดยให้ชาวม้งยอมจำนน และยอมรับวัฒนธรรมของจีน และอีกประการหนึ่งคือเห็นว่า ม้งเป็นพวกอนารยชนแห่งขุนเขา (คนป่าเถื่อน) จึงได้มีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงในหลายแห่ง เช่น ในเมืองพังหยุนในปี พ.ศ.2009 และการต่อสู้ในมณฑลไกวเจาในระหว่าง พ.ศ. 2276 – 2278 และการต่อสู้ในมณฑลเสฉวนในระหว่าง พ.ศ. 2306 – 2318 ในที่สุด ชาวม้งประสบกับความพ่ายแพ้ สูญเสียพลรบ และประชากรเป็นจำนวนมาก ในที่สุดม้งก็เริ่มอพยพถอยร่นสู่ ทางใต้ และกระจายเป็นกลุ่มย่อย ๆ กลับขึ้นอยู่บนที่สูงป่าเขาในแคว้นสิบสองจุไทย สิบสองปันนา 

 

ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มที่ 2. ชนเผ่าลีซู(ลีซอ)

ชนเผ่าลีซู (LISU)

ลีซูเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มธิเบต – พม่า ของชนชาติโลโล ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของชนเผ่าลีซูอยู่บริเวณต้นน้ำโขงและแม่น้ำสาละวิน อยู่เหนือหุบเขาสาละวินในเขตมณฑลยูนนานตะวันตกเฉียงเหนือและตอนเหนือของรัฐคะฉิ่น ประเทศพม่า ชนเผ่าลีซูส่วนใหญ่เชื่อว่าเมื่อ ๔,๐๐๐ปีที่ผ่านมาพวกตนเคยมีอาณาจักร เป็นของตนเอง แต่ต้องเสียดินแดนให้กับจีนและกลายเป็นคนไร้ชาติต่อมาชนเผ่าลีซู จึงได้เคลื่อนย้ายเข้าสู่รัฐฉานตอนใต้ กระจัดกระจายอยู่ตามภูเขาในเมืองต่าง ๆ เช่น เมืองเชียงตุง บางส่วนอพยพไปอยู่เขตเมืองซือเหมา สิบสองปันนา ประเทศจีน หลังจากนั้นได้อพยพลงมา ทางใต้เนื่องจากเกิดการสู้รบกันระหว่างชนเผ่าอื่น นับเวลาหลายศตวรรษ ชนเผ่าลีซูได้ถอยร่นเรื่อยลงมา จนในที่สุดก็แตกกระจายกัน เข้าสู่ประเทศพม่า จีน อินเดีย แล้วเข้าสู่ประเทศไทย เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2464 กลุ่มแรกมี 4 ครอบครัว มาตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนครั้งแรกอยู่ที่บ้านห้วยส้าน อ.เมือง จ.เชียงราย อยู่ได้โดยประมาณ 5-6 ปี ก็มีการแยกกลุ่มไปอยู่หมู่บ้านดอยช้าง ทำมาหากินอยู่แถบ ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย จากการสอบถามคนเฒ่าคนแก่ชาวลีซู ถึงเรื่องราวการอพยพว่า ได้อพยพมาจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมืองเชียงตุงประเทศพม่า เข้ามาตั้งถิ่น ฐานอยู่ที่บ้านลีซูห้วยส้าน อ.เมือง จ.เชียงราย และโยกย้ายไปตั้งบ้านเรือน ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ตาก พะเยา กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ แพร่และสุโขทัย ลีซูไม่มีภาษาเขียนของตนเองลีซูแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ ลีซูลายกับลีซูดำ ชาวลีซูที่อยู่ในประเทศไทยเกือบทั้งหมดเป็นลีซูลาย ส่วนลีซูดำนั้นอยู่ พม่า จีน

 

ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มที่ 3. ชนเผ่ากะเหรี่ยง

หมู่บ้านกะเหรี่ยง คอยาว จำลอง

กะเหรี่ยงเป็น ชนเผ่า ที่จัดได้ว่ามีหลายเผ่าพันธุ์ หลายภาษา มีการนับถือศาสนาที่ต่างกัน แต่กะเหรี่ยงดั้งเดิมจะนับถือผี เชื่อเรื่องต้นไม้ป่าใหญ่ ภายหลังหันมานับถือพุทธ คริสต์ เป็นต้น กะเหรี่ยง มีถิ่นฐานตั้งอยู่ที่ประเทศพม่า แต่หลังจากถูกรุกรานจากสงคราม จึงมีกะเหรี่ยงที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ประเทศไทย กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย กะเหรี่ยงสะกอ หรือที่เรียกนามตัวเองว่า ปากะญอ หมายถึงคน หรือมนุษย์นั้นเอง กะเหรี่ยงสะกอเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง โดยมีมิชชันนารีเป็นผู้คิดค้นดัดแปลงมาจากตัวหนังสือพม่า ผสมภาษาโรมัน กลุ่มนี้หันมานับถือศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่ กะเหรี่ยงโปร์นั้นเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างเคร่งครัดในประเพณี พบมากที่ อำเภอ แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และแถบตะวันตกของประเทศไทย คือ กะเหรี่ยงบเว พบที่ อำเภอ ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ส่วนปะโอ หรือตองสูก็มีอยู่บ้าง

ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มที่ 4. ชนเผ่าอาข่า

วัฒนธรรมชนเผ่า ชาวอาข่า - Unna Thailand Souvenirs : Inspired by LnwShop.com

อ่าข่าเป็นชนกลุ่มๆหนึ่งที่ใช้ชื่อเรียกชนกลุ่มตนเองว่าอ่าข่า ในประเทศจีนเรียกว่าฮานีหรือโวน อ่าข่าสามารถแยกศัพท์ได้ดังนี้ อ่า แปลว่าชื้น ข่า แปลว่าไกล ความหมายของคำว่าอ่าข่าคือ ห่างไกลความชื้น อ่าข่าชื่อนี้มาจากความเชื่อที่ว่า ถ้าอยู่ใกล้แม่น้ำมีโรคภัยไข้เจ็บมาก และจากตำนานของอ่าข่าที่เล่าสู่รุ่นหลังมา กล่าวว่า กาลครั้งหนึ่งอ่าข่าได้เสียชีวิตไปมาก เนื่องจากอยู่ใกล้แม่น้ำ ซึ่งอ่าข่าเรียกโรคนี้ว่า มี้หิ โรคนี้อาจตรงกับโรคอหิวาตกโรค หรือไข้มาลาเลียอย่างใดอย่างหนึ่ง จากตำนานและแนวความเชื่อมีผลต่อที่อยู่อาศัย อ่าข่าจึงมักอยู่ดอยสูงๆ อาศัยอยู่เฉพาะในทวีปเอเชีย ประกอบด้วยประเทศต่างๆ ดังนี้ ประเทศไทย พม่า ลาว เวียดนาม และประเทศจีน ตามตำนานเล่าขานกันมาเดิมอ่าข่าอาศัยอยู่จีนเป็นแผ่นดินใหญ่ หรือที่อ่าข่าเรียกว่าดินแดน จ่าแตหมี่ฉ่า จากคำบอกเล่าพบว่าชนเผ่าอ่าข่าได้อพยพสู่ดินแดนต่างๆ เพราะปัญหาการเมืองในประเทศจีน สำหรับการเข้ามาสู่ประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435 โดยมีเส้นทาง2สาย คือ สายแรกอพยพจากประเทศพม่าสู่ประเทศไทย เข้ามาครั้งแรกในเขตอำเภอแม่จัน หมู่บ้านพญาไพร (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง)

 

ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มที่ 5. ชนเผ่าลาหู่ หรือมูเซอ

ชนชาติพันธุ์ลาหู่หรือมูเซอ | kasetsomboon.org - เกษตรสมบูรณ์ ตำบลร่มเย็น
ชาวลาหู่หรือมูเซอ เดิมอาศัยอยู่ในประเทศจีน และอพยพลงมาจากการรุกรานของจีน ลงมาที่แคว้นเชียงตุง ประเทศพม่าและทางตอนเหนือของประเทศไทย มูเซอ มาจากภาษาพม่าแปลว่านายพราน เนื่องจากพวกเขามีความเชียวชาญในการล่าสัตว์ ชาวมูเซอสามารถแบ่งออกเป็น4กลุ่มย่อยได้แก่ มูเซอดำ มูเซอแดง มูเซอกุย และ มูเซอเฌเล ปัจจุบันมูเซอหรือลาหู่อาศัยทางตอนบนของประเทศไทย เช่น แม่ฮองสอน เชียงใหม่ ลำปาง ซึ่งเป็นช่วงที่ติดกับชายแดนไทย-พม่า ส่วนใหญ่ชาวลาหู่จะอาศัยปะปนอยู่กับชนเผ่าอื่นหรือคนไทย

 

ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มที่ 6. ชนเผ่ามอแกน

มอแกน” หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นใคร

ชาวมอแกน หรือที่เรียกกันว่าชาวเล ชาวเกาะ มอแกนเล มอแกนเกาะ ถูกบัญญัติว่าเป็นชาวไทยใหม่หรือที่รู้จักกันในนามยิปซีทะเลสืบเชื้อสายมาจากโปร์โตมาเล อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งหรือหมู่เกาะในประเทศฟิลิปินส์มาเลเซีย อินโดนีเซีย และในหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ของประเทศไทย ชาวมอแกนมีวิถีชีวิตที่หากินกับทะเลคือจับหอย ปู ปลา ไว้บริโภคและขายเพื่อแลกกับเสบียงเพื่อตุนไว้ในช่วงมรสุม ปัจจุบันชาวมอแกนหันมาใช้เรือไม้กระดานแทนเรือไม้ระกาในการออกจับปลา ในช่วงมรสุมชาวมอแกนจะเปลี่ยนมาขุดหัวมัน เก็บผลไม้ป่าและพืชผักต่างๆแทน

 

ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มที่ 7. ชนเผ่าไทลื้อ

ไทลื้อ - ข้อมูลชนเผ่า

ไทลื้อหรือลื้อ เป็น ชนเผ่า กลุ่มคนไท มีเขตถิ่นฐานเดิมอยู่ในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนาประเทศจีน ภายหลังอพยพลงมาตอนใต้จึงพบเห็นได้ในประเทศพม่า เวียดนาม ลาว และไทย ในช่วงแรกย้ายลงมาที่ทางตอนเหนือของเมืองน่าน ในช่วงอาณาจักรล้านนา และมีการอพยพลงมาจากถิ่นเดิมเรื่อยๆมาอยู่ที่เมืองเชียงคำ จังหวัดเชียงราย ชาวไทลื้อมีนิสัยรักความสงบใจเย็นอ่อนน้อมถ่อมตนเคารพบรรพบุรุษ ในสมัยก่อนไทลื้อทำอาชีพทางเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ทำไร่ ทำนา ค้าขายข้าว ขายใบยาสูบ ปัจจุบันชาวไทลื้อหันมาประกอบอาชีพค้าขายและอื่นๆมากขึ้น ภายหลังไทลื้อถูกปรับเปลี่ยนให้มาเป็นไทยมาขึ้นตามนโยบายสร้างชาติของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งถูกวาทกรรมคอมมิวนิสและยาเสพย์ติดตีตราเหมือนกับหลายๆชนเผ่า ทำให้ความเป็นไทลื้อค่อยๆเลือนลางลงแต่ในปัจจุบันความเป็นไทลื้อถูกรื้อฟื้นขึ้นมาและมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นคือผ้าทอชาวไทลื้อ

 

ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มที่ 8. ชนเผ่ามลาบรี(ผีตองเหลือง)

ผีตองเหลือง" ที่จริงแล้วพวกเขาคือ "มลาบรี" ชนเผ่าที่มีประวัติน่าสนใจมาช้านาน

หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่าผีตองเหลือง แต่ไม่เคยเข้าใจว่าจริงๆแล้วคืออะไร เป็นผีหรือเป็นคนก็ไม่แน่ใจ ตอนนี้เราจะพาไปรู้จักกับผีตองเหลืองหรือชาวมลาบรี แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าคำว่า ผีตองเหลือนั้นชาวมลาบรีไม่พอใจที่เราไปเรียกเขาแบบนั้นสักเท่าไหร่ก็ต้องขอโทษไว้ก่อนเราเพียงแต่อยากทบทวนให้เข้าใจว่าสิ่งที่เคยได้ยินกันมามันคืออะไรและคำนี้มาจากไหนเราจะได้มารู้กัน ชาวมละถือว่าเป็น ชนเผ่า ที่มีวิถีชีวิตที่ค่อนข้างเชี่ยวชาญในเรื่องของการดำรงชีวิตในป่า เลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์หาของป่า แต่ในสมัยปัจจุบันชาวมละหันมาหาเลี้ยงชีพด้วยการทำไร่ทำนา เลี้ยงสัตว์หรือรับจ้างทั่วไป ลักษณะที่พักพิงของชาวมละในสมัยก่อนจะทำเพิงด้วยใบตอง โดยการนำใบตองมาปูที่พื้นและนำมามุงเป็นหลังคาโดยมีไม้ไผ่ดามไว้เมื่อผ่านการใช้งานก็ทำให้ใบตองเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองประกอบกับในสมัยก่อนนิสัยของชาวมละคือจะมีความว่องไว ทำให้ถูกผู้คนเรียกว่า ผีตองเหลือง นั้นเองผีตองเหลืองกลายมาเป็นที่รู้จักจากภาพยนต์เรื่องตะวันยิ้มแฉ่งในปี2528 ในปัจจุบันพวกเขามีถิ่นอาศัยที่เป็นหลักเป็นแหล่งแน่นอนได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มที่ 9. ไทยเชื้อสายจาม

ชุมชนชาวจาม ชุมชนมุสลิมเชื้อสายมลายูบนแผ่นดินเวียดนาม

ชาวไทยเชื้อสายจาม เป็นชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งในตระกูลมาลาโย-โพลินีเชียนหรือชนชาติมลายู อาณาจักรจามอยู่ระหว่าง ญวนกับเขมร ส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาอิสลามเรียกกันว่าแขกจาม มีภาษาพูดที่สื่อสารกันคือ ภาษามลายู เป็นกลุ่มภาษาออสโตรนีเชียน เข้ามาในประเทศไทยด้วยสาเหตุต่าง ๆ ในช่วงหลังจากเสียกรุงวิชัย เมืองหลวงของจามปาให้แก่เวียดนาม คือชาวจามกลุ่มแรก มีหลักฐานปรากฏช่วงตอนต้นกรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 1991 จากการอพยพมาจากตอนเหนือของลาวและเวียดนาม หรือ อาจจะมาจากเกาะบอร์เนียว เข้าอยู่เมืองชุมพร ก่อนปีพ.ศ.1997 ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ชาวจาม เป็นทหารชั้นดี ราชสำนักอยุธยาใช้ในการรบ การเดินเรือ และการค้าทางน้ำทางทะเล หรือการขยายพระราชอาณาเขตของอาณาจักรอยุธยาลงทางใต้ ชาวจามเข้าตีเมืองชุมพร จากราชอาณาจักรนครศรีธรรมราชได้ จึงได้ปกครองดินแดนแทบนี้ เมืองชุมพร และเมืองไชยา ปัจจุบันเป็นหนึ่งในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และกวาดต้อนชาวเมืองพงสาลี และชาวเมืองแถง(เดียนเบียนฟู)เป็นพลเมืองประกอบอาชีพเกษตรกรรม และเป็นเมืองท่าค้าขายสำคัญตั้งแต่นั้นมา

 

ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มที่ 10. มอญ

พืชผักพื้นบ้านชาวมอญ สะท้อนวิถีชีวิต กับแนวคิดกินอาหารให้เป็น “ยา”: สวพส.

มอญเป็นชนชาติเก่าแก่ มีอารยธรรมรุ่งเรืองมากชนชาติหนึ่ง จากพงศาวดารพม่ากล่าวว่ามอญเป็นชนชาติแรกที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในพม่า มาเป็นเวลาหลายศตวรรษก่อนคริสตกาลคาดว่าน่าจะอพยพมาจากตอนกลางของทวีปเอเชีย เข้ามาตั้งอาณาจักรของตนทางตอนใต้ บริเวณลุ่มแม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำสะโตง ซึ่งบริเวณนี้ในเอกสารของจีนและอินเดียเรียกว่าดินแดนสุวรรณภูมิในพุทธศตวรรษที่2 ศูนย์กลางของอาณาจักรมอญคืออาณาจักรสุธรรมวดีหรือสะเทิม จากพงศาวดารมอญกล่าวไว้ว่าอาณาจักรสะเทิมสร้างโดยพระราชโอรส 2 พระองค์ของพระเจ้าติสสะ แห่งแคว้นหนึ่งของอินเดีย ก่อนปีพ.ศ.241พระองค์นำพลพรรคลงเรือสำเภามาจอดที่อ่าวเมาะตะมะ และตั้งรากฐานซึ่งต่อมาเป็นที่ตั้งของเมือง อาณาจักรสะเทิมรุ่งเรืองมากมีการค้าขายติดต่ออย่างใกล้ชิดกับประเทศอินเดียและลังกา และได้รับเอาอารยธรรมของอินเดียมาใช้ ทั้งทางด้านอักษรศาสตร์ และศาสนา

 

Share ---->

บทความล่าสุด

คำค้นหา

5 / 5

Top อันดับ